ประจำเดือน

ผอมอย่างมีสุขภาพดีในช่วงมีประจำเดือน

ผอมอย่างมีสุขภาพดีในช่วงมีประจำเดือน

ความสัมพันธ์ระหว่างช่วงมีประจำเดือนและการลดน้ำหนัก

ประจำเดือนมีความเกี่ยวข้องกับการลดความอ้วนโดยตรง หากเราลดน้ำหนักได้ถูกช่วงเวลา ก็จะทำให้ลดน้ำหนักได้ง่ายขึ้น ผู้หญิงทุกคนย่อมรู้และเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของตัวเองที่จะเกิดขึ้นในช่วงต่างๆ ของการมีประจำเดือน แต่ที่สำคัญไปกว่านั้นคือต้องรู้ว่าในแต่ละช่วงควรจะปฏิบัติตัวอย่างไร

ลดความอ้วนไม่ค่อยได้ผล (ช่วงก่อนมีประจำเดือน)

ในช่วงก่อนมีประจำเดือน ผู้หญิงทุกคนมักหงุดหงิดง่าย หรือรู้สึกอัดอึด รู้สึกว่าตัวเองหนักขึ้น ทั้งนี้มีสาเหตุมาจากอาการของโรค PMS ครับ มักจะแสดงอาการก่อนเริ่มมีประจำเดือน 2 อาทิตย์ ซึ่งเกิดจากการที่ร่างกายหลั่งฮอร์โมนเพศหญิงออกมาจากรังไข่ ร่างกายจะรับรู้สัญญาณของการมีประจำเดือน และจะเก็บสะสมน้ำ, โซเดียม และไขมันเพื่อทดแทนสารอาหารที่จะออกไปพร้อมกับประจำเดือน ทำให้ช่วงก่อนมีประจำเดือน ผู้หญิงจะรู้สึกน้ำหนักเพิ่มขึ้น อีกทั้งอารมณ์ยังแปรปรวน หงุดหงิดง่าย ระยะนี้จึงไม่ควรเข้าโปรแกรมลดน้ำหนักครับ

ระยะเตรียมตัว (ช่วงมีประจำเดือน)

ความอาการ และความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในช่วงมีประจำเดือนนั้น อาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน อาการที่พบได้บ่อยคือ หงุดหงิดง่าย, หิวบ่อย, น้ำหนักขึ้น, บวมน้ำ เป็นต้น ในช่วงนี้ก็ยังไม่ควรเข้าโปรแกรมลดน้ำหนัก อดอาหาร หรือออกกำลังกายอย่างหนักเช่นกันครับ เพราะอาจจะยิ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ สิ่งที่ทำได้คือการลดอาการบวมน้ำ ด้วยการยืดหยุ่นกล้ามเนื้อ หรือนวดครับ

ระยะเข้าสู่โปรแกรมลดน้ำหนัก (ตั้งแต่ช่วงหมดประจำเดือน – วันไข่ตก)

ช่วงหลังจากหมดประจำเดือนแล้วเป็นช่วงที่เหมาะที่จะลดความอ้วนมากที่สุด ตั้งแต่วันที่หมดประจำเดือนไปจนถึงวันไข่ตก ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนเอสโตรเจนออกมาทีละน้อย ระบบการเผาผลาญจะดีขึ้น อาการบวมน้ำก็จะดีขึ้นด้วยครับ สำหรับคนที่มีรอบเดือน 28 วัน วันที่ไข่ตกจะนับต่อจากวันที่เริ่มมีประจำเดือนไปอีก ประมาณ 14 วัน สมมติว่าประจำเดือนหมดวันที่ 6 ช่วงที่เหมาะกับการลดน้ำหนักก็คือตั้งแต่วันที่ 7 -14 ในช่วงนี้ก็ควรออกกำลังกาย ควบคุมอาหาร ที่สำคัญระดับความหิวก็จะเป็นปกติ ไม่มากเหมือนช่วงก่อนมีประจำเดือน ทำให้ช่วงนี้จะเห็นผลลัพธ์ได้เร็วครับ

ตั้งเป้าหมาย แล้วทำให้สำเร็จ

สิ่งที่สำคัญอีกอย่างคือ การจดบันทึกน้ำหนักในแต่ละวัน แต่ละช่วง รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของร่างกายในแต่ละช่วง จะทำให้เข้าใจสภาพการเปลี่ยนแปลง และสามารถเปรียบเทียบในแต่ละช่วงได้ และสามารถเลือกวิธีการออกกำลังกาย หรือควบคุมอาหารได้ถูกช่วง และเมื่อทำได้อย่างต่อเนื่องก็จะสามารถลดความอ้วนได้ในที่สุด

ความสัมพันธ์ระหว่างผิวกับการมีประจำเดือน

ในแต่ละรอบเดือน ก็จะมีช่วงเวลาที่ควรออกกำลังกาย และช่วงที่ไม่ควรทำ สภาพผิวก็เช่นกัน ในแต่ละช่วงจะส่งผลต่อผิว ดังนั้นในแต่ละรอบเดือน หากสาวๆ สังเกตผิวของตัวเองก็จะพบว่า บางวันผิวดี บางวันรู้สึกผิวไม่ชุ่มชื่น หรือดูสุขภาพไม่ดี ทั้งๆ ที่ก็ทาครีมบำรุงเหมือนปกติ

ช่วงก่อนมีประจำเดือน ช่วงที่ผิวแห้งกร้าน

หลังไข่ตก ร่างกายจะกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมน progestogen ขณะเดียวกันความสามารถในการฟื้นฟูผิวจะค่อยๆ ลดลง และช่วงนี้ผิวจะแห้งกว่าปกติ ควรทาครีมเพิ่มความชุ่มชื้นเป็นประจำ นอกจากนี้ผิวจะไวต่อแสงUV ทำให้เกิดฝ้า กระได้ง่ายกว่าปกติ วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือใช้เครื่องสำอางเดิมที่ใช้ปัจจุบัน ไม่ต้องเปลี่ยน เพื่อลดอาการแพ้ บางรายอาจมีสิวขึ้น หรือผดผื่น ดังนั้นควรรักษาความสะอาดให้มากกว่าปกติด้วยก็จะดีครับ

ช่วงระหว่างมีประจำเดือน ระบบไหลเวียนเลือดจะแย่ลง ผิวจะแห้งมากขึ้น

ช่วงมีประจำเดือน อุณหภูมิร่างกายจะต่ำ ระบบไหลเวียนของเลือดจะไม่ค่อยดี ส่งผลให้สาวๆ มีสีหน้าไม่ค่อยดี เนื่องจากผิวจะแห้งกว่าปกติ ควรหาครีมบำรุงที่เพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวและทาเป็นประจำ

ช่วงหลังหมดประจำเดือน สุขภาพผิวจะกลับมาเป็นปกติ

ช่วงนี้เป็นช่วงที่เหมาะสำหรับการออกกำลังกายเพื่อลดความอ้วน ในขณะเดียวกันสภาพผิวก็จะค่อยๆ กลับมาเป็นปกติ ผิวจะกลับมามีความยืดหยุ่นเหมือนเดิม ปริมาณไขมัน น้ำ จะกลับมาสมดุล ในช่วงนี้อาจจะไม่ต้องทาครีมบำรุงมากกว่าปกติ แค่รักษาความสะอาด และรักษาโครงสร้างของผิวเท่านั้น ที่สำคัญคือการพักผ่อนให้เพียงพอ ควบคุมอาหาร และเมื่อทำอย่างต่อเนื่องก็จะเห็นว่าผลกลับมาดีเหมือนเดิม หรืออาจจะดีกว่าเดิม สาวๆ ที่อยากจะลองเปลี่ยนเครื่องสำอาง หรือครีมที่ใช้อยู่ควรเปลี่ยนในช่วงนี้ครับ

Return Top