อาหารช่วยลดน้ำหนัก

ลดความอ้วนด้วยการกินโยเกิร์ตก่อนนอน(ปรับสภาพลำไส้ แก้อาการท้องผูก)

ลดความอ้วนด้วยการกินโยเกิร์ตก่อนนอน(ปรับสภาพลำไส้ แก้อาการท้องผูก)

มีหลายคนกินโยเกิร์ตเพื่อลดความอ้วน แก้อาการท้องผูก แต่รู้หรือไม่ว่ากินโยเกิร์ตช่วงเวลาใด ได้ประสิทธิภาพสูงสุด ?

เวลาที่กินโยเกิร์ตแล้วจะได้ประสิทธิภาพสูงที่สุดก็คือ ตอนเช้า หรือ ก่อนนอน

บทความต่อไปนี้ผมจะขออธิบายเกี่ยวกับเทคนิคการกินโยเกิร์ตในตอนเช้า ผลลัพธ์ที่จะได้ รวมไปถึงข้อควรระวังต่างๆ ด้วยครับ

ประโยชน์ของโยเกิร์ต

เชื้อจุลินทรีย์ lactobacillus ที่อยู่ในโยเกิร์ต เป็นเชื้อจุลินทรีย์ตัวดีที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

นอกจากจะช่วยปรับสภาพลำไส้ แก้อาการท้องผูกแล้ว ยังช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกาย ควบคุมการเกิดปฏิกิริยาอาการแพ้ได้อีกด้วย

หากร่างกายได้รับเชื้อโรคตัวร้ายเข้าสู่ร่างกาย ร่างกายจะกำจัดออกด้วยวิธีการขับถ่าย ซึ่งบางครั้งอาจมีอาการท้องร่วง

แต่ถ้าหากร่างกายได้เชื้อจุลินทรีย์ lactobacillus ซึ่งเป็นเชื้อโรคตัวดี จะช่วยป้องกันอาการท้องร่วงได้ แก้อาการท้องผูก กำจัดสารตกค้าง และสิ่งสกปรกในร่างกาย ผ่านการขับถ่ายอุจาระ แก้อาการท้องป่อง

นอกจากลำไส้จะสะอาดแล้ว ในโยเกิร์ตมีโปรตีนคุณภาพดีอย่างเช่น lactoferrin ซึ่งมีสรรพคุณช่วยบำรุงผิวพรรณได้ดีอีกด้วย

ลดความอ้วนด้วยการกินโยเกิร์ตก่อนนอน

ผมได้อธิบายประโยชน์ของโยเกิร์ตไปแล้วมากมาย เราสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของโยเกิร์ตด้วยการกินโยเกิร์ต 200 กรัม หลังอาหารเย็น ก่อนนอน 2-3 ชั่วโมง

ช่วงเวลาดังกล่าวเรียกว่า “โกลเดนไทม์” ช่วง 4 ทุ่ม ถึงตี 2 เป็นช่วงที่เชื้อจุลินทรีย์ lactobacillus จะถูกลำเลียงไปยังลำไส้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้แก้อาการท้องผูกได้ดี ปรับสภาพลำไส้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลดีต่อการลดความอ้วน

คนญี่ปุ่นรู้จักวิธีการกินโยเกิร์ตแบบนี้ในฐานะเป็น การกินโยเกิร์ตก่อนนอนเพื่อลดความอ้วน

ช่วงเวลาในการกินโยเกิร์ต

นอกจากการกินโยเกิร์ตก่อนนอนแล้ว ยังมีเวลาอื่นๆ อีกที่กินแล้วช่วยลดความอ้วนได้ เช่น กินแทนของว่าง กินแทนอาหารเช้า หรือกินก่อนกินข้าวเพื่อป้องกันการกินข้าวมาก เป็นต้น

การกินในช่วงเวลาดังกล่าวก็ให้ประโยชน์เช่นกัน เพียงแต่อาจจะไม่เท่ากับกินช่วงโกลเดนไทม์ เนื่องจากหากกินก่อนกินข้าว หรือกินในขณะที่ท้องว่าง กรดในกระเพาะอาหารที่มีมากเกินไปจะทำให้เชื้อจุลินทรีย์ lactobacillus ไปไม่ถึงลำไส้

แต่หากกินในช่วงโกลเดนไทม์ คือ 2-3 ชั่วโมงก่อนเข้านอน กรดในกระเพาะอาหารจะเบาบางทำให้เชื้อจุลินทรีย์ไปถึงลำไส้ได้

ดังนั้นหากต้องการกินโยเกิรต์เพื่อรักษาอาการท้องผูก ก็ควรจะกินหลังมื้ออาหารจึงจะได้ผลมากที่สุดครับ

อาหารที่กินคู่กับโยเกิร์ตแล้วได้ประโยชน์มากขึ้น

การกินโยเกิร์ตรสธรรมชาติ (ไม่เติมน้ำตาล) ทุกวัน วันละ 200 กรัมเป็นการกินที่ให้ผลดี แต่สำหรับใครที่ต้องการเพิ่มความหวานให้โยเกิร์ตจะต้องเลือกสารให้ความหวานอย่างระมัดระวัง หากเลือกถูกก็จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการลดความอ้วน ร่างกายได้ประโยชน์มากขึ้น

น้ำผึ้ง

น้ำผึ้ง

เป็นของกินที่มีสรรพคุณมากมาย ในน้ำผึ้งมีกลุ่มวิตามิน B และ K ช่วยบำรุงผิวพรรณ กระตุ้นการเผาผลาญไขมัน ลดคอเลสเตอรอล ช่วยการหลั่งฮอร์โมนเจริญเติบโต

กล้วย

ในกล้วยมี arginine ที่ช่วยกระตุ้นให้ฮอร์โมนเจริญเติบโตตื่นตัว เพิ่มประสิทธิภาพในการเผาผลาญไขมัน นอกจากนี้ยังมีเส้นใยอาหาร และน้ำตาล oligosaccharide ช่วยแก้อาการท้องผูกได้

น้ำตาล oligosaccharide

น้ำตาล oligosaccharide เป็นอาหารของเชื้อจุลินทรีย์ตัวดี ช่วยเพิ่มเชื้อจุลินทรีย์ตัวดีให้มากขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการปรับสภาพลำไส้ แก้อาการท้องผูก

ข้อควรระวังในการลดความอ้วนด้วยการกินโยเกิร์ตก่อนนอน

กินโยเกิร์ต ไม่ได้ทำให้ผอมนะ!

หลายคนคงเคยได้ยินมาว่าวิธีลดความอ้วนด้วยการกินโยเกิร์ตก่อนนอน ไม่ได้ทำให้ผอม กินแล้วก็ยังอ้วนเหมือนเดิม ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องจริง วิธีลดความอ้วนนี้ไม่ได้ทำให้ผอมครับ

ประโยชน์ของการกินโยเกิร์ตก่อนนอนคือ ช่วยปรับสภาพลำไส้ แก้อาการท้องผูก แก้อาการต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคที่ทำให้ผอมยาก ดังนั้นการกินโยเกิร์ตจึงไม่ได้ทำให้ผอมลงได้โดยตรง

ถ้าลำไส้ทำงานได้ไม่ราบรื่น ในแต่ละวันกินแต่อาหารมันๆ ที่จะไปเพิ่มเชื้อจุลินทรีย์ตัวร้าย การกินโยเกิร์ตเพียงอย่างเดียวคงจะแก้อาการท้องผูกได้ไม่ทันใจ หรืออาจได้ผลไม่น่าพอใจสักเท่าไร

การกินโยเกิร์ตก่อนนอนเพียงอย่างเดียว จึงไม่ใช่วิธีที่จะช่วยลดความอ้วนได้ง่ายๆ อย่างที่ฝันไว้ แต่จะช่วยปรับและแก้อาการบางอย่างช่วยทำให้ร่างกายผอมได้ง่ายขึ้น

ระวังกินมากเกิน!

โยเกิร์ตมีหลากหลายรสชาติ หลายรูปแบบ หากเป็นรสธรรมชาติจะให้พลังงาน 62 kcal ต่อโยเกิร์ต 100 g วิธีลดความอ้วนด้วยการกินโยเกิร์ตก่อนนอน ต้องกินทุกวัน วันละ 200 g ดังนั้นจะได้พลังงาน 124 kcal ซึ่งก็ถือว่าไม่น้อย

ที่ต้องระวังเพราะต้องกินก่อนนอน 2-3 ชั่วโมง หากกินข้าวเย็นมาก แล้วกินโยเกิร์ตเข้าไปอีก ก็อาจทำให้ได้รับพลังงานเกินความจำเป็นได้ หรือบางคนเติมน้ำผึ้ง กล้วยลงไป ก็อาจทำให้กลายเป็นโยเกิร์ตพลังงานสูงได้

ดังนั้นควรเลือกโยเกิร์ตรสธรรมชาติ หรือแบบน้ำตาลน้อย หากจะเติมน้ำผึ้งก็ให้เติมในปริมาณน้อย และลดปริมาณข้าวเย็นลง

การแก้อาการท้องผูก ร่างกายจำเป็นต้องพึ่งเชื้อจุลินทรีย์ lactobacillus วันละ 200-300 g

ดังนั้นหากกินแต่โยเกิร์ตเพียงอย่างเดียวอาจจะไม่พอ อาจกินชีส กิมจิ กะหล่ำปลีดอง หรือผักดองอื่นๆ ก็จะช่วยเพิ่มเชื้อจุลินทรีย์ตัวดีได้

บางคนกินโยเกิร์ตแล้วท้องเสีย!

ท้องเสีย

คนที่ลดความอ้วนด้วยการกินโยเกิร์ตก่อนนอนมีทั้งคนที่ทำแล้วได้ผล อาการท้องผูกหาย แต่บางคนกินแล้วท้องเสีย

เชื้อจุลินทรีย์มีหลายชนิด บางคนก็ถูกกับชนิดหนึ่ง แต่กับอีกคนอาจจะแพ้ โดยทั่วไปคนที่กระเพาะอาหารอ่อน

หากกินโยเกิร์ตในช่วงที่ร่างกายอ่อนแอ เชื้อจุลินทรีย์จะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของกระเพาะอาหารลดลง อาจทำให้เกิดอาการอาหารไม่ย่อย หรืออาการท้องเสียได้

จะรู้ว่าร่างกายแพ้เชื้อจุลินทรีย์ตัวไหนนั้น มีอยู่วิธีเดียวคือต้องลองกินดู โยเกิร์ตแบบเดียวกัน ควรกินติดต่อกันประมาณ 5-7 วัน หากกินแล้วไม่ค่อยได้ผล ท้องตึง ท้องเสีย ก็ให้เปลี่ยนไปกินโยเกิร์ตชนิดอื่น

สรุป

วิธีลดความอ้วนด้วยการกินโยเกิร์ตก่อนนอน เป็นวิธีลดความอ้วนเพื่อสุขภาพ ทำความสะอาดลำไส้ แก้อาการท้องผูก และอาการท้องเสีย ส่งผลดีต่อการลดความอ้วน

เชื้อจุลินทรีย์ lactobacillus มีหลายชนิด และบางคนอาจไม่เหมาะกับบางชนิด อาจทำให้เกิดอาการ อาหารไม่ย่อย ท้องเสียได้ คนที่มีกระเพาะที่ไวต่อสิ่งเร้าเหล่านี้ควรระวังเป็นพิเศษ สิ่งที่สำคัญคือเราต้องหาเชื้อจุลินทรีย์ชนิดที่เหมาะกับร่างกายของตัวเองมากที่สุด

Return Top